2018-11-05 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดการใช้งานอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินอย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในเมืองและมอบความสุขในการเดินทางแก่ประชาชน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดการใช้งานอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินอย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในเมืองและมอบความสุขในการเดินทางแก่ประชาชน

วันนี้ ( 5 พฤศจิกายน 2561) เวลา 08.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน “แก้ปัญหาจราจรในเมือง เพื่อความสุขทุกการเดินทาง” โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ร่วมให้การต้อนรับ ณ บริเวณลานหลังคาอุโมงค์ ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาการจราจรติดขัด ถือเป็นปัญหาที่สะสมต่อเนื่องมายาวนาน เนื่องมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมือง ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาจราจรในเขตเมือง ด้วยการเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้เชื่อมโยงครอบคลุม และมีจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่อรองรับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้นและช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางบนถนนสายหลักต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ดังนั้นการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยให้การสัญจรในกรุงเทพฯ มีความสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระหว่างที่มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าหลายเส้นทางในขณะนี้ อันเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีเปิดอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน โดยมีรถยนต์ของประชาชนสัญจรผ่านอุโมงค์ฯ พร้อมกันทั้ง 2 ทิศทาง (ทิศทางฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกรัชดา – ลาดพร้าว และฝั่งขาออกมุ่งหน้าสะพานพระราม 7) เป็นการเปิดอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินให้ประชาชนได้สัญจรอย่างเป็นทางการ

สำหรับอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน เป็นโครงการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน โดย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 เห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต พร้อมทั้งเห็นชอบให้ รฟม. ดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินไปในคราวเดียวกัน ซึ่ง รฟม. ได้เร่งรัดดำเนินงานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินให้มีความก้าวหน้าตามแผนงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางลอดในแนวถนนรัชดาภิเษก ขนาด 4 ช่องจราจร แบ่งเป็นทิศทางฝั่งขาเข้า – ขาออก ทิศทางละ 2 ช่องจราจร ซึ่ง รฟม. ได้นำเทคนิคการก่อสร้างงานใต้ดินที่มีประสิทธิภาพเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อลดระยะเวลาในการก่อสร้างควบคู่ไปกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการจราจร เพื่อบรรเทาผลกระทบจราจรในระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ จากการเร่งรัดการดำเนินงานของ รฟม. ส่งผลให้การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินแล้วเสร็จเร็วกว่าแผนงาน 3 เดือน และพร้อมเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้ในปัจจุบัน คาดว่าอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินจะสามารถรองรับปริมาณรถยนต์เฉลี่ยกว่า 200,000 คันต่อวัน ซึ่งจะช่วยคลี่คลายการจราจรบริเวณแยกรัชโยธิน รวมถึงช่วยระบายปริมาณการจราจรของถนนโดยรอบในบริเวณดังกล่าว
สำหรับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ปัจจุบัน (ณ วันที่ 31ตุลาคม 2561) มีความก้าวหน้ารวมร้อยละ 82.49 โดยโครงการฯ มีกำหนดก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จภายในปี 2562 และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นผู้ดำเนินการติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2563 ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสาร รฟม. เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. (www.mrta.co.th) เฟซบุ๊กการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ Call Center โทร 0 2716 4044 รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ที่ www.mrta-greenlinenorth.com เฟซบุ๊กโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และ Call-Center 0 2115 6000
-------------------------------------------------

กองสื่อสารองค์กร สำนักผู้ว่าการ 
โทร 0 2716 4000 ต่อ 1720
โทรสาร 0 2716 4019

Email: pr@mrta.co.th

Visitors: 105,918